วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

วีดิโอโลก ดาราศาสตร์

ดูดาวพลูโต

ระบบสุริยะโฉมใหม่

ระบบสุริยะ

     จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ระวังสับสนกับ จักรวาล
ระบบสุริยะ
Planets2008-th.jpg
ภาพแสดงดาวเคราะห์และดาวเคราะห์แคระในระบบสุริยะ โดยย่อขนาดของดาวตามอัตราส่วนจริง แต่ระยะห่างระหว่างดาวไม่ใช่อัตราส่วนจริง
อายุ4.568 พันล้านปี
ที่ตั้งเมฆดวงดาวท้องถิ่น, ฟองท้องถิ่น,แขนของเทพนิยาย, ทางช้างเผือก
มวลของระบบ1.0014 มวลสุริยะ
ดวงดาวที่ใกล้ที่สุดระบบพร็อกซิมาคนครึ่งม้า (4.22 ปีแสง), ระบบอัลฟาคนครึ่งม้า(4.37 ปีแสง)
ระบบดาวเคราะห์ที่ใกล้ที่สุดที่รู้จักกันระบบอัลฟาคนครึ่งม้า (4.37 ปีแสง)
ระบบดาวเคราะห์
กึ่งแกนหลักของเปลือกนอก ดาวเคราะห์ (เนปจูน)4.503 พันล้านกิโลเมตร (30.10AU)
ระยะห่างจากแถบไคเปอร์หน้าผา50 AU
จำนวน ดาว1 ดวง
ดวงอาทิตย์
จำนวน ดาวเคราะห์8 ดวง
ดาวพุธ, ดาวศุกร์, โลก, ดาวอังคาร,ดาวพฤหัสบดี, ดาวเสาร์, ดาวยูเรนัส, ดาวเนปจูน
จำนวนดาวเคราะห์แคระที่รู้จักกัน5 (IAU)
ซีรีส, ดาวพลูโต, เฮาเมอา, มาคีมาคี, อีริส
และหลายร้อยดวงอื่น ๆ[1]
จำนวนบริวารที่รู้จักกัน406 ดวง (176 ของดาวเคราะห์[2]และ 230 ของดาวเคราะห์น้อย[3])
จำนวนดาวเคราะห์น้อยที่รู้จักกัน603,057 ดวง (จากข้อมูลเมื่อ 2013-01-10)[2]
จำนวนดาวหางที่รู้จักกัน3,184 ดวง (จากข้อมูลเมื่อ 2013-01-10)[2]
จำนวนดาวเทียมรอบที่ระบุ19 ดวง
วงโคจรเกี่ยวกับศูนย์กลางดาราจักร
Inclination ofinvariable plane to the galactic plane60.19° (ecliptic)
ระยะทางไปยังศูนย์กลางทางช้างเผือก27,000±1,000 ปีแสง
ความเร็วโคจร220 กิโลเมตรต่อวินาที
ระยะเวลาการโคจร225–250 ล้านปี
คุณสมบัติระดับที่เกี่ยวข้อง
ชนิดสเปกตรัมG2V
แถวน้ำแข็ง≈5 AU[4]
Distance toheliopause≈120 AU
รัศมีทรงกลมเนินเขา≈1–2 ปีแสง
ระบบสุริยะ (อังกฤษ: Solar System) ประกอบด้วยดวงอาทิตย์และวัตถุอื่น ๆ ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์เนื่องจากแรงโน้มถ่วง ได้แก่ ดาวเคราะห์ 8 ดวงกับดวงจันทร์บริวารที่ค้นพบแล้ว 166 ดวง[5] ดาวเคราะห์แคระ 5 ดวงกับดวงจันทร์บริวารที่ค้นพบแล้ว 4 ดวง กับวัตถุขนาดเล็กอื่น ๆ อีกนับล้านชิ้น ซึ่งรวมถึง ดาวเคราะห์น้อย วัตถุในแถบไคเปอร์ ดาวหาง สะเก็ดดาว และฝุ่นระหว่างดาวเคราะห์
โดยทั่วไปแล้วจะแบ่งย่านต่าง ๆ ของระบบสุริยะ นับจากดวงอาทิตย์ออกมาดังนี้คือ ดาวเคราะห์ชั้นในจำนวน 4 ดวง แถบดาวเคราะห์น้อย ดาวเคราะห์ขนาดใหญ่รอบนอกจำนวน 4 ดวง และแถบไคเปอร์ซึ่งประกอบด้วยวัตถุที่เย็นจัดเป็นน้ำแข็ง พ้นจากแถบไคเปอร์ออกไปเป็นเขตแถบจานกระจาย ขอบเขตเฮลิโอพอส (เขตแดนตามทฤษฎีที่ซึ่งลมสุริยะสิ้นกำลังลงเนื่องจากมวลสารระหว่างดวงดาว) และพ้นไปจากนั้นคือย่านของเมฆออร์ต
กระแสพลาสมาที่ไหลออกจากดวงอาทิตย์ (หรือลมสุริยะ) จะแผ่ตัวไปทั่วระบบสุริยะ สร้างโพรงขนาดใหญ่ขึ้นในสสารระหว่างดาวเรียกกันว่า เฮลิโอสเฟียร์ ซึ่งขยายออกไปจากใจกลางของแถบจานกระจาย
ดาวเคราะห์ชั้นเอกทั้ง 8 ดวงในระบบสุริยะ เรียงลำดับจากใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดออกไป มีดังนี้คือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน
นับถึงกลางปี ค.ศ. 2008 วัตถุขนาดย่อมกว่าดาวเคราะห์จำนวน 5 ดวง ได้รับการจัดระดับให้เป็นดาวเคราะห์แคระ ได้แก่ ซีรีสในแถบดาวเคราะห์น้อย กับวัตถุอีก 4 ดวงที่โคจรรอบดวงอาทิตย์อยู่ในย่านพ้นดาวเนปจูน คือ ดาวพลูโต (ซึ่งเดิมเคยถูกจัดระดับไว้เป็นดาวเคราะห์) เฮาเมอา มาคีมาคี และ อีรีส
มีดาวเคราะห์ 6 ดวงและดาวเคราะห์แคระ 3 ดวงที่มีดาวบริวารโคจรอยู่รอบ ๆ เราเรียกดาวบริวารเหล่านี้ว่า "ดวงจันทร์" ตามอย่างดวงจันทร์ของโลก นอกจากนี้ดาวเคราะห์ชั้นนอกยังมีวงแหวนดาวเคราะห์อยู่รอบตัวอันประกอบด้วยเศษฝุ่นและอนุภาคขนาดเล็ก
สำหรับคำว่า ระบบดาวเคราะห์ ใช้เมื่อกล่าวถึงระบบดาวโดยทั่วไปที่มีวัตถุต่าง ๆ โคจรรอบดาวฤกษ์ คำว่า "ระบบสุริยะ" ควรใช้เฉพาะกับระบบดาวเคราะห์ที่มีโลกเป็นสมาชิก และไม่ควรเรียกว่า "ระบบสุริยจักรวาล" อย่างที่เรียกกันติดปาก เนื่องจากไม่เกี่ยวข้องกับคำว่า "จักรวาล" ตามนัยที่ใช้ในปัจจุบัน